วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

น้ำมันจ๋า เงินเฟ้อมาแล้วจ๊ะ

     ราคาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญแล้วจ้าาา  ความไม่มั่นคงทางการเมืองของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่น ประเทศลิเบีย ซึ่งในปี ก็เกิดเหตุการเช่นนี้มาแล้ว แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นนั้น คงปฏิเสธไม่ว่าจะเกิดจากการเก็งกำไร เมื่อใดที่ราคาน้ำมันแพงขึ้น มักจะมีปัญหาเงินเฟ้อตามมา จะทำอย่างไรได้ ก็ทุกวันนี้ความไม่แน่นอนมีมากเหลือเกิน อะไรที่เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในการผลิต ก็ต้องมีการกันความเสี่ยงไว้ก่อน และจะกันความเสี่ยงที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ต่างประเทศพัฒนาตลาดนี้ไปมากแล้ว แต่ประเทศไทยทำไมยัง... เฮ้อ ทำใจละกัน บ่นมากไปแล้ว ผู้เขียนขอเข้าประเทศที่อยากเขียนซะหน่อย เอาแบบวิชาการง่ายๆ จะได้เข้าในที่มาที่ไปนะคะ
     สาเหตุของเงินเฟ้อนั้น ถ้าอธิบายอย่างง่ายๆ เกิดจาก 2 สาเหตุด้วยกันคือ สาเหตุแรกคือ อุปสงค์ฉุด กล่าวคือ เป็นเงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ที่ประชากรของประเทศ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากปริมาณการนำเข้าปัจจัยการผลิตต่างๆ ยอดจำหน่ายสินค้าแบรนเนมทั้งหลายที่มีอัตราการขยายตัวสูงมาก เมื่อปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องหาปัจจัยการผลิตหรือวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น แน่นอนค่ะ หากของหาไม่ได้ ราคาก็ย่อมแพง มีเจ้าของธุรกิจรายหนึ่งเคยกล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าไม่มีของ ของมี แต่คุณยอมที่จะจ่ายเงินซื้อของในราคาที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ แน่นอนค่ะ ถ้าคุณยังต้องการขายของต่อไป คุณก็ต้องซื้อวัตถุดิบอันแสนแพงนี้ และแล้วเมื่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ราคาขายของสินค้าก็ต้องเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น จึงกลายเป็นเหตุการที่เรียกว่าเงินเฟ้อ สาเหตุที่สองคือ ต้นทุนผลัก หมายถึง ปัจจัยการผลิตที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ เช่น น้ำมัน ไฟฟ้า น้ำ มีราคาสุูงขึ้น อ๋อกันแล้วใช่หรือไม่ท่านผู้อ่าน ก็ในเมื่อต้นทุนการผลิตสูงกันถ้วนหน้าแบบนี้ จะเหลือหรือค่ะ ราคาสินค้าก็ต้องปรับสูงขึ้นไปตามคุณนายระเบียบค่ะ รัฐบาลทั่วโลอกชอบเงินเฟ้อค่ะ แต่แบบเฟ้ออ่อนๆ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโต อันนี้รัฐบาลบอกค่ะ  หากแต่เฟ้อไม่หยุดฉุดไม่อยู่ จะเป็นอย่างไรค่ะ ก็ฟองสบู่ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายกลัวกันนั่นเองค่ะ แต่ตามทฤษฎีแล้วไม่เฟ้อดีกว่านะคะ เพราะเศรษฐกิจอยู่ในภาวะสมดุล จะเชื่อใครดีอันนี้ท่านผู้อ่านเลือกข้างเองนะคะ
     ปัญหาเงินเฟ้อกับราคาน้ำมันมักเป็นของคู่กัน เป็นปัญหาเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นในทุกประเทศ เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องกับทุกสิ่ง คงจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ใช้น้ำมันในชีวิตประจำวัน เพราะทุกคนใช้น้ำมันไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลมักจะทำคือ การตรึงราคาน้ำมัน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการเพิ่มราคาสินค้าและบริการที่มีการควบคุมราคา เนื่องจากเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่เราสังเกตได้ก็คือ ราคาน้ำมันมีขึ้นก็มีลงเป็นไปตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นราคาน้ำมันถูกเหมือนในอดีตอีกแล้วก็ตาม แต่ราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือปัจจัย 4 เมื่อปรับตัวขึ้นแล้ว น้อยชนิดมากที่จะปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง ปัญหาคือ รัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรในการตรึงราคาน้ำมันให้โปร่งใส ที่สำคัญเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นตอนนี้ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากน้ำมันอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ผลผลิตภาคการเกษตรมีความแปรปรวนอย่างมาก เงินเฟ้อครั้งนี้เท่ากับต้นทุนผลักสองเด้งเลยค่ะ
     หากคิดในแง่ดี สินค้าเกษตรมีราคาแพง เกษตรกรกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ที่มากขึ้น? ผู้บริโภคก็ต้องทำตัวเป็นคนรายได้ต่ำรสนิยิมสูงต่อไปค่ะ (ไม่ได้ใช้ของแบรนเนมนะคะ) แหม ก็ขนาดไข่ดาวฟองละ 10 บาท จะไม่ให้รสนิยมสูงได้ยังไงละค่ะ  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น